HR & Payroll Management

Posted: สิงหาคม 28, 2011 in Uncategorized

Employee Management
บริหารข้อมูลทะเบียนประวัติพนักงาน ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการทำงาน ข้อมูลด้านภาษีประกันสังคม ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลด้านการเงิน ข้อมูลอื่นๆ
จัดเก็บประวัติการขึ้นเงินเดือน การปรับตำแหน่ง ย้ายแผนก
นำส่งการขึ้นทะเบียนพนักงานใหม่ตามแบบของสนง. ประกันสังคม สปส.1-03, สปส.1-03/1 ทั้งแบบรายงานและไฟล์อิเลคทรอนิคส์
ตรวจสอบประวัติการเข้างานและทำงานที่ผ่านมาในบริษัทย้อนหลังด้วยเลขที่บัตรประชาชน
Shift Management
กำหนดรูปแบบตารางเวลาทำงานได้ทั้งแบบสำนักงานทั่วไป แบบโรงงานอุตสาหกรรม แบบร้านอาหาร
ประมวลผลการมาทำงาน ขาดงาน มาสาย ทำงานล่วงเวลา ได้อัตโนมัติและตั้งค่าได้หลากหลายตามนโยบายของฝ่ายบุคคล
กำหนดกะทำงานได้เป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือการตั้งกะทำงานวนอัตโนมัติ
Time & Attendance
ประมวลผลการมาทำงาน ขาดงาน มาสาย ทำงานล่วงเวลา ได้อัตโนมัติและตั้งค่าได้หลากหลายตามนโยบายของฝ่ายบุคคล
ตรวจสอบการทำงานได้ทันที ที่มีนำเข้าเวลาจากเครื่องบันทึกเวลาด้วยระบบ Real-time Calculation
กำหนดการคำนวณค่าสวัสดิการรายวันได้ตามเงื่อนไขการมาทำงาน การมาสาย การทำล่วงเวลา
ส่งข้อมูลไปยังระบบเงินเดือน หรือโปรแกรมเงินเดือนที่ได้มาตรฐานโดยอัตโนมัติ
Payroll
ประมวลผลเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการรายเดือน รายการหักสำหรับเวลาทำงาน ภาษี ประกันสังคม
รองรับการแบ่งกลุ่มพนักงานในการประมวลผลเงินเดือน เพื่อแยกสิทธิการทำเงินเดือนหรือเงื่อนไขและนโยบายการจ่ายเงินเดือนที่แตกต่างกัน
นำเข้าข้อมูลการจ่ายเงินในหมวดต่างๆ ได้จากไฟล์ Excel
กำหนดเงื่อนไขการจ่ายสวัสดิการรายเดือนได้แบบอัตโนมัติ
Tax & Social Security Fund & Provident Fund
ได้รับการรับรองโปรแกรมเงินเดือนในการคำนวณภาษีรายได้บุคคลธรรมดาและการจัดทำแบบภงด.จากกรมสรรพากร (ตรวจสอบได้ที่สรรพากร คลิกที่นี่)
คำนวณภาษีได้ทั้งแบบเฉลี่ย แบบตามจริง แบบนายจ้างออกให้ เหมาะสำหรับทุกธุรกิจ
คำนวณและนำส่งเงินสมทบและเงินกองทุนทดแทนกับหน่วยงานประกันสังคมตามแบบ สปส.1-10, กท.20ก
กำหนดนโยบายการจัดเก็บกองทุนทดแทนทั้งสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง
Welfare and Loan
จัดเก็บประวัติการเบิกจ่ายสวัสดิการพนักงานตามสิทธิที่ได้รับในแต่ละปี
บันทึกการกู้ยืมเงินของพนักงานพร้อมคำนวณดอกเบี้ยและตั้งให้หักคืนพร้อมการจ่ายเงินเดือน
Basic Training
จัดเก็บประวัติการฝึกอบรม หลักสูตรที่ฝึกอบรม
Audit Log
เพื่อตรวจสอบและป้องกันการแก้ไขเวลาโดยไม่ได้รับอนุญาต ระบบมีการจัดเก็บประวัติการแก้ไขข้อมูล
การแก้ไขข้อมูลด้านการเงินของพนักงาน ข้อมูลเวลาทำงานที่มาจากเครื่องเวลา ข้อมูลการจ่ายเงินใน Payroll แก้ไขข้อมูลใน Edit Log
by..controla

ถ้าคุณไม่อยากกลายเป็นคนน่ารำคาญ ในสายตาเพื่อนร่วมงานหรือแย่หน่อยก็ของเจ้านาย และถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาที่ใครๆ ก็แอบหัวเราะเยาะทุกครั้งที่คุณเดินผ่าน ทั้งๆ ที่คุณก็ไม่ได้ทำตัวเลวร้ายอะไรนี่นา งั้น! ลองหันมามองตัวเองอีกครั้งสิว่า ตัวคุณเองมีนิสัยแบบนี้หรือเปล่า

1.จะพูดจาปราศัยกับใคร…คุณระมัดระวังแค่ไหนบางครั้งคนเราก็มีหลุดคำพูดที่ไม่เหมาะไม่ควร เวลาคุยกับคนอื่นบ้าง แต่สำหรับคุณ มันเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนถ้าเกิดขึ้นแทบทุกครั้งก็ไม่ใช่หลุดแล้วคุณต้องกลับมา พิจารณาตัวเองดูว่า คุณเป็นคนปากเสียที่ชอบพูดจาไม่เข้าหูใครใช่ไหม

2. นินทาแหลกอันนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า คงห้ามไม่ได้ แต่ถ้านินทาคนอื่นจนเสียหายหลายแสนเรื่องไม่ต้องถึงหูคนที่คุณนินทาหรอกคน ที่คุณกำลังเม้าท์แตกให้ฟังนั่นแหละ เค้าจะรังเกียจจนกระทั่งเอาไปพูดให้คนอื่นรู้กันทั่วทีนี้ใครอยากจะคบกับคุณ ก็แปลกหล่ะ

3. ชอบลืมกระเป๋าสตางค์อะไรจะขี้ลืมขนาดนั้นนะ ตอนลงไปกินข้าวด้วยกันก็ลืมกระเป๋าสตางค์ตอนได้แจกซองผ้าป่าก็ลืม เวลาเพื่อนยืมเงินก็ลืมอีก ที่สำคัญเวลายืมเงินคนอื่นก็ยังชอบลืมคืน นิสัยแบบนี้ไม่ดีอย่าทำล่ะ

4. ประจบประแจง เลียแข้งเลียขานิสัยแบบนี้สังเกตตัวเองได้จาก คุณชอบจับผิดเพื่อนร่วมงานแล้วเอาไปเล่าให้เจ้านายฟังหรือเปล่าหรือบางทีก็แกล้งพูดขึ้นมาเสียงดังให้เจ้านายได้ยินเมื่อใครมาทำงานสายประมาณว่า “อ้าว! รถติดเหรอจ๊ะเธอแหมแต่ฉันโชคดีรีบออกมาเลยมาถึงตั้งแต่ 7 โมงเช้า”

นอกเหนือจากนั้นก็คือ รอกินข้าวพร้อมเจ้านายทุกวันไม่ว่าเขาจะชอบกินกับคุณหรือไม่และรีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยถือของทุกครั้งที่เจ้านายมาถึงทั้งที่มีแฟ้มบางๆ แค่อันเดียว มันออกจะนอกหน้านอกตาไปหน่อย ว่าไหมรับรองได้ว่าคุณจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ใครๆ ต่างรังเกียจเข้าไส้แต่จะได้ดิบได้ดีหรือเปล่าไม่ขอยืนยัน

5. ขาด ลา มาสาย บ่อยๆ เกินหน้าเกินตาคนอื่นด้วยเหตุผลสารพัด ไม่ว่าจะเป็นรถติด รถตาย หรือว่าท้องเสีย ไม่สบายมีธุระกระทันหัน ถ้านานๆ ทีก็คงไม่มีอะไรเสียหายหรอก แต่สายบ่อยๆใครจะเชื่อคุณล่ะ

6. เจ้าอารมณ์ หรือเอาแต่ใจตัวเองอันนี้เป็นพื้นฐานส่วนตัว คุณอาจต้องใช้เวลารักษาหน่อยแต่หากคุณดื้อดึงหรือไม่สนใจกับนิสัยตรงนี้ของคุณก็ขอบอกว่าเกิดผลเสียกับตัวคุณเต็มๆ และจะมีหลายคนได้รับผลกระทบอันนั้นแน่นอนเพื่อนร่วมงานก็คงเข้าหน้าไม่ติดและยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าคนนายคนด้วยแล้ว
ลูกน้องก็คงไม่ค่อยชอบหน้าคุณเท่าไหร่นัก

7. ชอบเอาปัญหาส่วนตัวมาเที่ยวปรึกษาให้เพื่อนร่วมงานฟังเรื่องนี้ดูเหมือนไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าคุณทำบ่อยๆนอกจากจะเสียงานเสียการได้แล้วคนอื่นก็คงไม่ค่อยอยากคุยกับคุณเท่าไหร่นัก
ต้องแบ่งแยกให้ดีระหว่างเรื่องส่วนตัวกับงาน

8. แอบเอางานนอกมาทำก็ประมาณว่ารับจ็อบกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ แล้วเผอิญเดดไลน์คุณต้องส่งให้ทันก็เลยหอบมาทำที่ทำงาน ใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องซีร๊อกซ์
กับปริ๊นเตอร์ที่ทำงานเสร็จสรรพ ของอย่างนี้ไม่มีคำอธิบายนอกจากจะบอกว่ามันไม่เหมาะไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

9. ชอบทำเหมือนกับตัวเองเหนือกว่าคนอื่นชอบดูถูกผู้อื่นเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรคุณเป็นต้องดีเด่นกว่า และวาจาของคุณช่างน่าหมั่นไส้ ดูเหมือนว่าใครๆก็ดีได้ไม่เท่าคุณ แม้ว่าคุณจะมาจากตระกูลที่ดีขนาดไหนจบจากสถาบันที่ชื่อเสียงโด่งดังจากแห่งใดแต่ถ้าไม่เรียนรู้ที่จะเข้ากับคนอื่นได้คุณก็ยังเป็นแค่คนที่ยังหลงอยู่ในยุคนางทาสนั่นแหละ

10. แข็ง ไม่ยอมใครถ้าคุณมีนิสัยแบบนี้แล้วไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ล่ะก็คุณอาจจะเป็นผู้เปลี่ยนงานบ่อยๆ ได้บางครั้งคุณก็ต้องปล่อยบางสิ่งบางอย่างให้มันผ่านพ้นไปบ้างแล้วให้กาลเวลาเป็นผู้ตัดสินว่าสิ่งที่คุณคิดนั้นถูกต้อง

ครบสิบข้อแล้ว มีข้อไหนที่สะดุดใจบ้างไหมว่าช่างเหมือนตัวคุณเสียเหลือเกิน แต่ถ้ายังมองไม่เห็นอยู่ล่ะก็คุณก็คงจะเกินเยียวยาแล้วล่ะหากอยากทำงานด้วยความสุขสบายใจทั้งตัวคุณเองและเพื่อนร่วมงานต้องมองหาข้อบกพร่องของตัวเองและหาทางแก้ไขแล้วล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก (mcot.net)

คนทำงาน 3 Generation

Posted: สิงหาคม 27, 2011 in Uncategorized

ตามหลักสากล จะมีการแบ่งกลุ่มคนทำงานออกเป็น 3 กลุ่ม (Generation) คือ Baby Boomer Generation X และ Generation Y ซึ่งแต่ละกลุ่มมีคุณลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน
ในบางแหล่งข้อมูล แบ่งแยกออกเป็น 4 กลุ่ม โดยผสานแนวคิด วิธีการ ในการทำงานร่วมกัน “แค่เข้าใจ … ทุกอย่างก็ลงตัว”
หนึ่งในสาเหตุของความเครียดในที่ทำงาน คือ การที่คนหลายรุ่นหลายวัยหลายความคิด ต้องมาทำงานร่วมกัน ความแตกต่างระหว่างเลขวัยที่สัมพันธ์กับเลขไมล์ของประสบการณ์ มักนำมาซึ่งความไม่เข้าใจกัน..จนก่อตัวเป็นความขัดแย้งในที่สุด

บางทีความแตกต่าง คือ กุญแจแห่งความสำเร็จ เพียงขอให้เปิดใจทำความรู้จักคนแต่ละรุ่นให้ลึกซึ้งก็จะได้พบโลกใบใหม่ที่งดงาม หลากหลาย และหากเลือกที่จะสื่อสารได้อย่างถูกช่องถูกกลุ่ม ก็อาจจะได้อะไรใหม่ ๆ คาดไม่ถึง

ใครเป็นใครในที่ทำงาน
เราจะแบ่งรุ่นของคนทำงานในที่ทำงานให้ชัดๆ ก่อน โดยจำแนกจากช่วงปีเกิด ซึ่งจะสัมพันธ์กับประสบการณ์ในช่วงเติบโต ทำให้เห็นยุคสมัยที่หล่อหลอมความคิดของพวกเขาได้ชัดเจนขึ้น

กลุ่มลายคราม : คนที่เกิดก่อนปี 2488
ลาย คราม…ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา หรือเป็นพนักงานวัยใกล้เกษียณ คนกลุ่มนี้จะมีผู้คนนับหน้าถือตามากมาย อันเนื่องมาจากประสบการณ์การทำงานอันยาวนานของพวกเขานั่นเอง คนกลุ่มนี้จะเกิดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะยุติ จึงเติบโตมาท่ามกลางสภาพบ้านเมืองที่มีทรัพยากรที่จำกัด ทำให้รู้จักคุณค่าของเงิน มักมีคุณลักษณะที่มั่นคงเชื่อใจได้ สู้งานหนัก ใช้จ่ายอย่างรู้คิด และภักดีต่อองค์กรสูง

กลุ่ม Baby Boom : คนที่เกิดช่วงปี 2489 – 2507
หลังสงครามยุติ ประเทศเข้าสู่ความสงบ การรณรงค์คุมกำเนิดยังไม่แพร่หลาย จึงเกิดพลเมืองตัวน้อย ๆ ขึ้นมากมาย Baby Boom เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและแข่งขันกับคนวัยเดียวกันเพื่อให้ได้งาน ยิ่งเมื่อประเทศกำลังพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่ยุคความเป็นอุตสาหกรรม Baby Boom ก็ยิ่งจำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้น เต็มเหยียดวันละ 8 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์

ลูกจ้าง Baby Boom มักเคยชินต่อการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้นายจ้างยอมรับในศักยภาพ การจะก้าวไปสู่ตำแหน่งใหญ่นั้น ต้องใช้เวลาและแรงผลักดันอย่างสูง

กลุ่ม Generation–X : คนที่เกิดช่วงปี 2508 – 2523
Generation–X ลืมตาดูโลกในช่วงเวลาที่มนุษยชาติส่งยานอวกาศออกไปนอกโลกได้สำเร็จ ของเล่นสุดฮิตของเด็กรุ่นจึงไม่ใช่ม้าโยก หรือตุ๊กตาหมีอีกต่อไป แต่เป็นวิดีโอเกม เกมกด และ Walkman พวกเขาเติบโตมาในยุครอยต่อของ Analog กับ Digital อยู่ ท่ามกลางเทคโนโลยีที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ทว่าที่สังคมเปลี่ยนแปลงในทางวัตถุนี้ กลับทำให้สถาบันครอบครัวสั่นคลอน ความภักดีต่อองค์กรของคนรุ่นนี้จึงคลายลงมาก นำมาสู่การลาออก และเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น

ไม่แปลกที่ชาว Baby Boom ผู้ไม่เคยเกี่ยงที่จะทำโอทีจนดึกดื่น จะอึ้งที่ชาว Generation–X ปฏิเสธการทำงานล่วงเวลา หรือลาออกไปหางานใหม่หน้าตาเฉยหากไม่พอใจ ทั้งนี้เพราะ Generation–X เชื่อว่างานไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต

กลุ่ม Millennium : คนที่เกิดปี 2524 เป็นต้นมา
Millennium คือ กลุ่มคนทำงานหน้าใหม่ไฟแรง แต่ยังอ่อนต่อประสบการณ์ บางคนอาจยังเรียนไม่จบเสียด้วยซ้ำ หรือบางคนมีแผนที่จะเรียนต่อ ชาว Millennium โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงระบบการศึกษาที่เริ่มให้ความสำคัญกับการคิดมากกว่าการท่องจำ

ชาว Millennium จะมีพ่อแม่ที่มีความรู้สูง จึงให้การสนับสนุนให้ Millennium ได้เสริมทักษะด้านต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก ฉะนั้น Millennium จึงชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และสนุกกับการทำงานเป็นทีม ไม่ชอบอยู่ในกรอบ และไม่ชอบเงื่อนไข

ในขณะที่ ชาว Generation-X เปลี่ยนงานครั้งที่ 12 เพื่อเป็นผู้บริหารระดับสูงกินเงินเดือนเรือนแสน แต่ชาว Millennium จะลาออกไปเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง

สลายช่องว่างสร้างความเข้าใจ
เมื่อเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า ใครมีค่านิยมในชีวิตอย่างไร ใคร ๆ ก็สามารถสร้างสะพานข้ามช่องว่าง เพื่อข้ามไปหากันได้ สูตรสร้างสะพานข้ามช่องว่างระหว่างวัยมีอยู่ 3 ขั้นตอน

1. เข้าใจถึงความแตกต่าง ยอมรับว่าคนเราถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน คนที่มีความเชื่อ หรือทัศนคติต่อชีวิตไม่เหมือนคุณ เขาไม่ใช่คนไม่ดีเสมอไป

2. ชื่นชมจุดดี แทนที่จะต่อต้าน ให้เราลองมองหาจุดเด่นของคนในแต่ละกลุ่มให้พบ

3. บริหารความแตกต่าง เปลี่ยนวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงคนแต่ละกลุ่มที่เราต้องทำงานด้วย

ทำงานกับกลุ่มลายคราม
จงให้เกียรติและให้ความเคารพอย่างสูงต่อพวกเขา เมื่อคุณให้เกียรติผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็จะให้เกียรติคุณ แล้วถ้าบังเอิญคุณมีตำแหน่งสูงกว่าพวกเขา จงแสดงความชื่นชมต่อเขาในด้านการเป็นเสาหลักขององค์กร และจงรับฟังเมื่อพวกเขาถ่ายทอดประสบการณ์ในอดีต การต่อสู้ ความพากเพียรในการทำงานจนผ่านพ้นความยากลำบากมาได้ เพราะสิ่งนั้นคือ สิ่งที่คนรุ่นหลังไม่มี และไม่รู้จัก อย่ามองว่า..กลุ่มลายครามคือ หมาล่าเนื้อไม่มีที่ไป แต่การที่พวกเขาทำงานอยู่จนถึงวัยเกษียณนั้น เป็นเพราะพวกเขา เชื่อในคุณค่าของความมั่นคง และถือความซื่อสัตย์เป็นที่สุด

ทำงานกับกลุ่ม Baby Boom
จงแสดงความนับถือ รับฟัง และเรียนรู้จากประสบการณ์ของ Baby Boom แล้วพยายามปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าคุณจะเก่งกาจแค่ไหน หรือคุณจะประสบความสำเร็จเพียงใด คุณก็ยังต้องเรียนรู้อยู่เสมอ อย่าแสดงออกว่าการทำงานหนัก คือ การถูกเอาเปรียบ เพราะ Baby Boom ให้ความสำคัญต่อหลักการทำงาน ยึดถือวัฒนธรรมองค์กร และเห็นคุณค่าต่อการทำงานอย่างทุ่มเท หากต้องทำงานในองค์กรใหญ่ ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งบริหารงานโดย Baby Boom ควรพยายามเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรเสียก่อนว่ามีการเจริญเติบโตมาอย่างไร ก่อนที่จะเสนอความคิดริเริ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แก่ Baby Boom

ทำงานกับกลุ่ม Generation–X
ต้องพูดให้กระชับ ชัดเจนและไม่อ้อมค้อม เพราะ Generation–X ชอบความตรงไปตรงมา คุณสามารถใช้ Email กลับคนกลุ่มนี้ได้ หากคุณสามารถสื่อสารได้ใจความและตรงเป้าหมาย หากเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ ควรพูดต่อหน้า เพราะ Generation–X ไม่ชอบถูกบงการ ผู้ใหญ่แค่ให้นโยบายกว้าง ๆ เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ปัญหาเองจะดีที่สุด ส่วน Baby Boom ควรลดความคาดหวังต่อ Generation–X ในการทำงานหนักอย่างหนักโดยไม่มีวันหยุด หรือก้าวไปอย่างช้า ๆ อย่างรุ่นตน เพราะ Generation–X ต้องการชีวิตที่สมดุล ไม่ชอบการอยู่ติดที่

ทำงานกับกลุ่ม Millennium
ลองท้าทายพวกเขาด้วยภารกิจใหม่ ๆ Millennium จะชอบความเป็นคนสำคัญ การเพิ่มความรับผิดชอบ เสมือนการให้คำชม จงเปิดโอกาสให้ Millennium ได้แสดงความคิดเห็นของเขา เห็นพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในทีม ผู้ใหญ่ที่ยอมรับความคิดเขา ก็จะได้รับการยอมรับจากพวกเขาเช่นกัน Millennium ชอบให้คุณแสดงออกต่อสิ่งที่พวกเขาทำทุกขณะจิต เพราะความรู้สึกและความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน มีผลต่อพวกเขามาก

แค่เข้าใจ..ทุกอย่างก็ลงตัว

Baby Boomer คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489-2507 จะเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา อดทน ให้ความสำคัญกับผลงานแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังมีแนวคิดที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว มีความทุ่มเทกับการ ทำงานและองค์กรมาก คนกลุ่มนี้จะไม่เปลี่ยนงานบ่อยเนื่องจากมีความ จงรักภักดีกับองค์กรอย่างมาก

Generation X คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2508-2522 มีลักษณะพฤติกรรมชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการให้ความ สำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work-life Balance) มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติง เพื่อการปรับปรุงและ พัฒนาตนเอง

Generation Y คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523-2543 เป็นกลุ่มคนที่โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เป็นวัยที่เพิ่งเริ่ม เข้าสู่วัยทำงาน มีลักษณะนิสัยชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบอยู่ในกรอบ และไม่ชอบเงื่อนไข คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนในการ ทำงานว่า สิ่งที่ทำมีผลต่อตนเองและต่อหน่วยงานอย่างไร อีกทั้งยังมีความ สามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร และยังสามารถทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน

by..ลูกคิดไทยดอทคอม

สำหรับคนขี้หลง  ขี้ลืม

นี่คือคำแนะนำเพื่อความจำที่ดีขึ้น 

1. หาเวลาที่เหมาะที่สุดกับการใช้ความคิดของเราในแต่ละช่วงวัน แต่ละคนแต่ละวัยจะมีช่วงทองให้กับการคิดไม่เหมือนกัน ว่ากันว่าคนมีอายุแล้วสมองจะเคลียร์ที่สุดก็เป็นช่วงเช้า พวกหนุ่มๆสามวๆนั้นกว่าจะมีสมาธิในการคิดได้ก็จะเป็นช่วงบ่าย ดูตัวเองว่าความคิดดีดีของเรานั้นมักจะมาในช่วงไหน แล้วเก็บช่วงนั้นไว้สำหรับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ 

2. หาความรู้อยู่เรื่อยๆ…รู้แบบกว้างๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ลึกไปซะทุกอย่าง แต่ความรู้ที่สะสมมาจากทุกเรื่องจะช่วยต่อยอดกับข้อมูลใหม่ๆให้เข้าใจได้ง่ายๆขึ้น 

3. “จดไว้ให้จำ” เครื่องช่วยจำที่ดีที่สุดก็คือจดทุกอย่างลงในกระดาษ เขียนไว้กันลืม สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า ถึงแม้ว่าหยดหมึกที่จางที่สุดก็จะอยู่ได้นานกว่าความจำที่ว่าแม่นที่สุด 

4. เพิ่มพลังกับกาแฟ..แต่แค่ถ้วยเดียวพอนะ ที่จะช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าเวลาเครียดๆละก็ห้ามเด็ดขาดเพราะจะทำให้ฟุ้งซ่านมากกว่าเดิม 

5. โยงเรื่องใหม่กับความจำเดิม ให้คิดซะว่าความคิดหรือความจำที่มีอยู่เดิมนั้นเหมือนกับตุ๊กตาที่ถูกแขวนไว้กลางอากาศ กำลังรอข้อมูลใหม่ๆเข้าไปปะติดปะต่อ อย่าปล่อยเรื่องใหม่ๆเข้าไปอย่างไม่มีจุดเชื่อมโยง เช่น ถ้าจะจำชื่อคน ก็ลองโยงความหมายหรือเสียงของชื่อนั้นเข้ากับสิ่งต่างๆที่เราคุ้นเคย 

6. ฝึก..ฝึก..ฝึกจำอยู่บ่อยๆ ถึงอายุอ่อนกว่าแค่ไหน แต่ถ้าไม่เคยฝึกท่องจำเลย ความจำก็อาจจะสู้คนแก่ไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อลองนึกดูสิว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนทำไมเราถึงไม่ลืมสูตรคูณ ที่เราท่องตั้งแต่ยังเด็กล่ะ

7. ควรให้เวลาสมองได้รับเรื่องตลกๆหรือได้คิดอะไรที่ไร้สาระบ้าง เป็นการให้ความคิดของเราได้พักผ่อน 

8. รู้จักดัดแปลงความคิดสร้างสรรค์ มันมักจะเกิดขึ้นมาได้จากบางอย่างที่เราคุ้นเคยนั่นล่ะ จะเชื่อมั้ยล่ะ ถ้าบอกว่าวิธีเปิดฝากระป๋องแบบดึงขึ้นนั้นน่ะ ต้นตอมาจากการปลอกเปลือกกล้วยนั่นเอง 

9. คบเพื่อนที่ฉลาด มีความคิดกว้างๆ..แล้วคำโบราณที่บอกว่าคบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผลนั่นน่ะมันเป็นความจริง การที่เราได้อยู่ใกล้กับคนที่มีความรู้ เป็นคนฉลาดที่เปิดรับความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอนั้นจะช่วยให้เราได้คิดตาม และฝึกสมองอยู่บ่อยๆ 

10. เลียนแบบลีโอนาโด..หมายถึง ลีโอนาโอ ดา วินซี มีวิธีมากมายที่ดาวินซีใช้สร้างสรรค์งานของเขาง่ายๆก็คือ ลองเขียนภาพจากมือที่ไม่ได้ถนัด 

11. เอาใจใส่ เคยมั้ยที่เวลาได้เจอใครๆกลับจำไม่ได้ว่าเขาชื่ออะไร ที่เป็นปัญหาอาจจะไม่ใช่เรื่องของความจำแต่เป็นเรื่องของการใส่ใจ ถ้าเราใส่ใจกับคนๆนั้น หรือสิ่งนั้น เราจะจำได้มากกว่าที่เป็น 

12. ฟังเพลงโมสาร์ท ก่อนนอนเปิดงานของโมสาร์ทฟังซักหนึ่งรอบ จะช่วยเรื่องความจำดีขึ้นได้ 

13. ออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจนที่ไม่ใช่แค่ให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แต่หมายถึงสมองได้รับออกซิเจนมากขึ้นด้วย 

14. ลองทำสิ่งใหม่ๆจะได้มีแนวความคิดที่แปลกใหม่อยู่เสมอ 

15. ตัดเครื่องรบกวนสมาธิทั้งหมด ขึ้นป้าย Don’t Disturb! ติดไว้ข้างตัว เวลาที่งานนั้นต้องใช้ความตั้งใจและมีสมาธิอย่างสูง และทางที่ดีดึงสายโทรศัพท์ออกไปไม่รับสายเข้าเลยดีกว่า

ภาพจาก http://ivan-bliznak.deviantart.com/gallery/

Time & Attendance Management

Posted: สิงหาคม 26, 2011 in Uncategorized
Time & Attendance Online

การแสดงผลเวลาการทำงานผ่านทางหน้าเวบ มีการประมวลผลแบบทันที (Real-time Calculation) เมื่อพนักงานบันทึกลงเวลาผ่านทางเครื่องสแกน ระบบจะสามารถแสดงข้อมูล เวลาทำงาน การมาสาย การทำล่วงเวลา โดยพนักงานและหัวหน้างาน สามารถตรวจสอบ วันมาทำงาน วันที่มาสาย ชม.ล่วงเวลา ปฎิทินการทำงาน ได้เอง

Team Review

เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเวลาทำงานของทีม ด้วยการนำเสนอข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ให้หัวหน้างานสามารถตรวจสอบเวลาการทำงานของทีม งานได้ในภาพรวมและรายละเอียด สามารถแสดงพนักงาน ในทีมที่มาทำงานสาย ขาดงาน ลา ในแต่ละวัน รวมถึง การเรียกดูข้อมูลประวัติ สถิติการลา ตารางการทำงาน ที่ผ่านมา

Shift Calendar Planning

การกำหนดวางแผนการทำงาน การเข้ากะทำงาน สลับกะอัตโนมัติ สำหรับพนักงานที่ต้องมีการทำงาน ในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งหัวหน้างานสามารถวางแผน ตารางทำงานของทีมงานได้ด้วยตนเอง ทั้งแบบรายคน หรือรายกลุ่ม ตั้งเป็นแบบกะวนได้

Attendance Monitoring & Alert

การแจ้งเตือนผ่านระบบอีเมล์ถึงหัวหน้างานโดยอัตโนมัติ การมาทำงานสาย ไม่มาทำงาน ทำงานล่วงเวลาเกิน กำหนดในแต่ละสัปดาห์ การร้องขออนุมัติแก้ไขเวลา

Chart & Graph

รายงานภาพรวมเชิงสถิติและการบริหาร สำหรับหัวหน้างานและฝ่ายบริหารในการดูข้อมูลสรุปในรูป แบบกราฟแท่ง กราฟวงกลม แผนผัง สามารถกำหนดหัวข้อในการแสดงผลได้หลายมุมมอง

by ControlA

 

ยินดีต้อนรับจ้าา

Posted: สิงหาคม 26, 2011 in Uncategorized

ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของคนทำงานรุ่นใหม่  แนวคิดสร้างสรรค์  แสวงหาความรู้ 

เรียนรู้และพัฒนาตนเอง  เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน